RX1 ความแตกต่างที่ยังคงความโดดเด่นอย่างต่อเนื่องทั้งในด้านคุณภาพและความเร็วที่เหนือกว่า
กล้องคอมแพคท์ระดับสุดยอด
RX1R II คือนวัตกรรมใหม่ที่น่าติดตาม สามารถตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ได้อย่างน่าพอใจและยังมีเอกลักษณ์เฉพาะตามสไตล์ของ RX1 series ทีมงานพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้ร่วมกันแบ่งปันเกี่ยวกับพัฒนาการใหม่ ๆ ที่สำคัญด้านการออกแบบกล้องไซเบอร์ช็อตรุ่นแฟลกชิปนี้กันอย่างจริงจัง

มาซาชิ วาคาสุคิ

ซาโตชิ มิยาชิตะ

ทาคุจิ โยชิดะะ

อะคิระ ทาเคโอะ

คาซูฮิโตะ ทาเนโอกะ

ชุนสุเกะ อิเคโอะ

ประสิทธิภาพในการทำงานที่เน้นผลงานที่ดูเป็นธรรมชาติผ่านเซ็นเซอร์ภาพขนาด 42.4 ล้านพิกเซล ความไวแสงสูงสุดถึง ISO 102400
RX1R II มีการปรับปรุงระบบประมวลผลภาพที่ดีขึ้นอย่างมาก โดยอาศัยเซ็นเซอร์ภาพ CMOS และเอนจินประมวลผลภาพตัวใหม่ ช่วยอธิบายเกี่ยวกับการพัฒนาคุณสมบัติการทำงานเหล่านี้ได้หรือไม่

เราเริ่มจากการพูดคุยแนวคิดในการพัฒนากล้อง RX1 กับทีมงานที่เกี่ยวข้องหลังมีการเปิดตัว RX1R จากนั้นจึงใช้เวลาพิจารณาโครงสร้างใหม่สำหรับกล้อง รวมทั้งรายละเอียดการออกแบบและการประเมินผลงาน เมื่อตอนที่มีการเปิดตัว RX1 ตลาดยังไม่มีกล้องขนาดกะทัดรัดที่ใช้เซ็นเซอร์ฟุลเฟรมขนาด 35 มม. มาก่อน เรารู้สึกว่านี่คือความท้าทายในการนำเสนอกล้องรูปแบบใหม่นี้สู่ตลาดที่ลูกค้าจะให้ความสนใจ ในทางกลับกัน RX1R II ที่เปิดตัวก่อนหน้านั้นก็ถือว่าสร้างกระแสมากอยู่แล้ว เราจึงคิดว่าน่าจะลองรับฟังความคิดเห็นจากผู้ใช้เกี่ยวกับ RX1 และ RX1R จากนั้นพยายามพิจารณาเงื่อนไขต่าง ๆ ที่ลูกค้านำเสนอ เนื่องจากเป็นสิ่งที่เราสามารถปรับเปลี่ยนได้ด้านเทคนิค นอกจากนี้เรายังต้องการให้ผู้ใช้รู้สึกประหลาดใจและพอใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น เราจะก้าวไปสู่เป้าหมายเหล่านี้ได้อย่างไร รูปทรงผลิตภัณฑ์นี้จะกลายเป็นแฟลกชิปใหม่ของไซเบอร์ช็อตได้อย่างไร เราใช้เวลาอย่างเต็มที่ในการพิจารณาความท้าทายใหม่ ๆ
เรายังคงเลือกใช้เลนส์ตัวเดิมจาก RX1 รุ่นแรก เลนส์ “35mm F2” ถูกนำมาพิจารณาร่วมกันก่อนที่จะมีการเปิดตัว RX1 โดยได้ข้อสรุปว่าน่าจะเป็นเลนส์ที่ลงตัวที่สุดสำหรับการถ่ายภาพทิวทัศน์ ภาพบุคคลและภาพทั่ว ๆ ไป ด้วยเหตุนี้เราจึงไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องปรับสเปคของเครื่อง ตัวเลนส์ถือได้ว่ามีประสิทธิภาพสูงมาก และเราก็พบว่าเลนส์นี้มี resolving power สูงกว่าเซ็นเซอร์ภาพ RX1 แบบฟุลเฟรม 24 ล้านพิกเซล ดังนั้นแทนที่จะเปลี่ยนเลนส์ตัวใหม่ เราได้ทำการผสานรวมเลนส์นี้กับเซ็นเซอร์ภาพที่รองรับพิกเซลได้มากกว่าเพื่อให้ได้ภาพที่มีความละเอียดยิ่งขึ้น เซ็นเซอร์ตัวใหม่นี้รองรับพิกเซลจริงถึง 42.4 ล้านพิกเซล ซึ่งเหนือกว่าเซ็นเซอร์ตัวก่อนหน้าอย่างเห็นได้ชัด ส่วนเอนจินประมวลผลภาพที่สามารถรองรับข้อมูลจำนวนมากก็ถูกแทนที่ตัวเซ็นเซอร์ BIONZ X ตัวใหม่


การพัฒนาเซ็นเซอร์ CMOS เริ่มขึ้นจากเป้าหมายของเราในการพัฒนานวัตกรรมใหม่เพื่อให้เทคโนโลยีของ Sony คือผู้นำตลาดเซ็นเซอร์ภาพอย่างแท้จริง เซ็นเซอร์เดียวกันนี้ถูกใช้กับกล้องแบบเปลี่ยนเลนส์ได้รุ่น α7R II จาก Sony แต่ถูกพัฒนาขึ้นมาใหม่ทั้งหมดสำหรับ RX1R II โดยเฉพาะ เนื่องจากเซ็นเซอร์ภาพแบบฟุลเฟรมจะต้องสามารถประกอบเข้ากับเคสที่มีขนาดเล็กของ RX1 ทำให้เรามีข้อจำกัดด้านออพติคและการปรับมุมตกกระทบมากเป็นพิเศษ ข้อจำกัดเหล่านี้ที่เราทราบอยู่แล้วตั้งแต่เริ่มต้น ทำให้เราตัดสินใจที่จะพัฒนารายละเอียดทางเทคนิคที่จำเป็นโดยการประสานงานอย่างใกล้ชิดกับ Device Solutions Business Group ในด้านเทคโนโลยี การใช้เซ็นเซอร์แบบไฟพื้นหลังเป็นครั้งแรกกับชุดเซ็นเซอร์ 35 มม. ทำให้แสงสามารถเข้าถึงได้มุมตกกระทบกว้างมากกว่า โครงสร้างของตัวกล้องเลือกใช้วงจรการทำงานแบบสำเร็จในตัว พร้อมความเร็วในการประมวลผลที่สูงขึ้น แม้ว่าองค์ประกอบภาพแต่ละส่วนจะมีขนาดลดลงเองจากพิกเซลที่มากขึ้น แต่เซ็นเซอร์แบบใช้ไฟพื้นหลังนี้จะทำให้ความสามารถในการรับแสงดีมากกว่า และรูปทรงของไมโครเลนส์ที่พื้นผิวเซ็นเซอร์เองก็ออกแบบมาเพื่อให้แสงผ่านไปยังตัวรับแสงได้โดยไม่มีการสูญเสียใด ๆ


เมื่อจำนวนพิกเซลของเซ็นเซอร์เพิ่มขึ้น ก็หมายถึงพลังงานที่ต้องใช้เพิ่มมากขึ้นจากเอนจิ้นประมวลผลภาพ BIONZ X ช่วยรองรับการประมวลผลข้อมูลภาพได้สูงถึง 42 ล้านพิกเซลแม้ภายใต้องค์ประกอบที่ซับซ้อนเป็นพิเศษ เช่น การประมวลผลภาพแบบหนึ่งอาจอาศัยเทคโนโลยีการทำซ้ำที่มีรายละเอียดสูง จริง ๆ แล้วเอนจิ้นประมวลผลภาพทุกชนิดจะมีเทคโนโลยีปรับภาพให้คมชัดโดยการเน้นขอบของวัตถุ แต่เนื่องจากระบบประมวลผลดิจิตอล ขอบเหล่านี้จึงดูไม่เป็นธรรมชาติและออกเป็นสีขาวดำ เราจึงได้พัฒนาเทคโนโลยีเพื่อปรับภาพความละเอียดสูงให้มีความเป็นธรรมชาติ นอกจากนี้ BIONZ X ยังมีคุณสมบัติในการลดการเลี้ยวเบนของแสง ซึ่งจะไปชดเชยภาพไม่ให้เบลอเนื่องจากช่องเปิดไดอะแฟรมที่เล็ก เทคโนโลยีลดนอยซ์ยังได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้นโดยสามารถเก็บภาพให้มีคุณภาพเหนือกว่าเดิมเมื่อเทียบกับโปรเซสเซอร์ภาพ BIONZ รุ่นก่อนหน้า ไม่ว่าพื้นที่แวดล้อมจะมีแสงน้อยหรือมากอย่างไรก็ตาม
แม้ว่าคุณสมบัติการทำงานบางอย่างจะคล้าย ๆ กับ α7R II แต่ก็มีจุดต่างที่คุณจะพบได้เฉพาะใน RX1R II เท่านั้น เราสามารถออกแบบระบบประมวลผลภาพที่เหมาะสมกับเลนส์มากที่สุด โดยอาศัยจุดเด่นของโครงสร้างเลนส์ RX1R II แบบติดตั้งสำเร็จ เราได้ทำการประเมินเชิงตัวเลขสำหรับสีและนอยซ์ต่าง ๆ และพิจารณาประเด็นสำคัญของการใช้องค์ประกอบด้านโสตทัศน์เพื่อช่วยในการประเมินคุณภาพของภาพ เช่น เรามีการพูดคุยกันด้านการออกแบบระบบประมวลผลภาพโดยการพิจารณาและวิเคราะห์องค์ประกอบด้านคุณภาพของภาพ และตรวจสอบผลงานจัดพิมพ์และหน้าจอมอนิเตอร์ไปร่วมกัน เราต้องการภาพที่ดูเป็นธรรมชาติ ไม่ใช่ภาพ “ประดิษฐ์” ภาพของเราจะต้องสมจริงมากที่สุด โดยให้ความรู้สึกถึงผิวสัมผัสของเนื้อหาในภาพ รวมทั้งบรรยากาศแแวดล้อมโดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเป็นการถ่ายภาพทิวทัศน์ เรามีความภูมิใจอย่างยิ่งกับ “ความสมบูรณ์แบบ” ของกล้องที่ทำให้ภาพที่ถ่ายดูเป็นธรรมชาติอย่างแท้จริง


ภาพที่ดูเป็นธรรมชาติต้องอาศัยทั้งเทคโนโลยีอะนาล็อกและดิจิตอลที่มีความซับซ้อน เช่น ส่วนประกอบบางอย่างอาจทำให้เกิดอิเล็คตริคหรือแมคเนติคนอยซ์ ซึ่งจะส่งผลต่อเซ็นเซอร์ภาพ นอยซ์แบบนี้ไม่สามารถขจัดออกไปได้ เว้นแต่จะมีการปรับปรุงโครงสร้างการออกแบบของแผงวงจรและการจัดวางอุปกรณ์ ทั้งนี้เนื่องจากกล้องรุ่นนี้มีขนาดเล็กและมีข้อจำกัดด้านเทคนิคสูงมาก การลดนอยซ์จึงเป็นความท้าทายที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งของโครงการนี้





แต่ปัญหานี้ไม่ใช่ว่าจะสามารถแก้ไขได้ง่าย ๆ และรวดเร็ว เซ็นเซอร์ภาพทำหน้าที่รับแสง และแปลงเป็นกระแสไฟฟ้าเพื่อส่งออกเป็นสัญญาณ เซ็นเซอร์ทำหน้าที่ประมวลผลทั้งสัญญาณแสงและไฟฟ้า ซึ่งจะได้รับผลกระทบโดยตรงจากอิเล็กทริคนอยซ์ของส่วนประกอบอื่น ๆ เนื่องจากปัจจุบันลูกค้าของเรามีการใช้งานกล้องดิจิตอลในสภาพแวดล้อมที่มีข้อจำกัดสูง หน้าที่ของเราจึงเป็นการพัฒนาอุปกรณ์ที่ดีมากขึ้นตามไปด้วย และเราสามารถพิสูจน์ความเชี่ยวชาญของเราจากการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ เราเริ่มจากการหาวิธีในการติดตั้งแผงวงจรในตัวเครื่อง เพื่อให้ได้ภาพที่มีคุณภาพสูง และความไวแสงมากกว่า ISO 100000 ซึ่งเป็นผลงานที่เรามั่นใจมาก คุณสมบัติที่ดีที่สุดของกล้องที่รองรับพิกเซลสูงขนาดนี้คือความสามารถในการเก็บภาพที่หมดจดและดูเป็นธรรมชาติแม้สำหรับการถ่ายทิวทัศน์ในเวลากลางคืน

ฟิลเตอร์ออพติคอลโลว์พาสแบบแปรผันสามารถตอบโจทย์ด้านนวัตกรรมนี้ให้แก่ Sony ได้อย่างน่าพอใจ
ได้ยินมาว่าฟิลเตอร์โลว์พาสสามารถเปิดหรือปิดการทำงานผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ นี่เป็นคุณสมบัติการทำงานใหม่หรือไม่

เลนส์ RX1 มี resolving power ที่สูงมาก ด้วยเหตุนี้จึงพบสีที่ผิดเพี้ยน และปรากฏการณ์มอเร่ในบางกรณี เนื่องจากจำนวนพิกเซลที่เพิ่มขึ้นจาก 24 ล้านพิกเซลเป็น 42 ล้านพิกเซลใน RX1R II ปัญหาสีเพี้ยนและมอเร่จึงลดลงได้มาก อย่างไรก็ตามปัญหาดังกล่าวก็ยังสามารถเกิดขึ้นได้ เราจึงได้ข้อสรุปว่าฟิลเตอร์ออพติคอลโลว์พาสแบบแปรผันช่วยให้ผู้ใช้สามารถเลือก “เปิด” หรือ “ปิด” ฟังก์ชั่นลดสีเพี้ยนและมอเร่ได้ตามความต้องการของผู้ใช้
เนื่องจากช่างภาพหลายรายเลือกซื้อกล้องประเภทนี้ ผู้ใช้ทั่วไปบางรายจึงอาจมีข้อกังวลเกี่ยวกับปัญหาเหล่านี้อยู่บ้าง การปรับจุดโฟกัสหรือมุมมองมักเป็นหนทางในการแก้ไขปัญหาสีเพี้ยนและมอเร่เมื่อพบปัญหาขณะถ่ายภาพที่ยึดตำแหน่งกล้องไว้กับที่ (ใช้ขาตั้ง เป็นต้น) กล้องนี้ยังมีฟังก์ชั่นใหม่ที่สามารถลดสีเพี้ยนและปรากฏการณ์มอเร่โดยไม่ต้องปรับจุดโฟกัสหรือมุมมอง โดยเพียงแค่ใช้ฟิลเตอร์ออพติคอลโลว์พาสแบบแปรผันเท่านั้น
ต่อไปนี้คือสาเหตุที่เราเลือกใช้ระบบการทำงานนี้ บริษัทมีการวิจัยและพัฒนาฟิลเตอร์ออพติคอลโลว์พาสแบบแปรผันอย่างจริงจังเพื่อแก้ไขข้อจำกัดที่พบ โดยเราเพิ่งค้นพบองค์ประกอบที่สำคัญของนวัตกรรมนี้เมื่อเร็ว ๆ นี้ เราเชื่อว่ากล้องรุ่นที่เหมาะกับเทคโนโลยีนี้มากที่สุดคือ RX1R II เนื่องจากเป้าหมายในการพัฒนากล้อง RX1R II คือ “ภาพที่มีคุณภาพระดับสุดยอด” เราจึงต้องการให้ผู้ใช้เกิดความประทับใจกับความละเอียดของภาพโดยมีปัญหาสีเพี้ยนและปรากฏการณ์มอเร่น้อยที่สุด นอกจากนี้เรายังเห็นว่ากล้องรุ่นใหม่ของเราจะต้องรองรับฟังก์ชั่นนี้ด้วยเช่นกัน

ในตอนแรกเราไม่ได้มีแผนที่จะใช้เทคโนโลยีนี้กับกล้อง RX1R II แต่ในช่วงดังกล่าวเทคโนโลยีนี้ใกล้จะเสร็จสมบูรณ์แล้ว เนื่องจากกล้อง RX1 และ RX1R เป็นกล้องในกลุ่มเดียวกัน รุ่นหนึ่งใช้ฟิลเตอร์โลว์พาส อีกตัวไม่มีฟิลเตอร์ดังกล่าว อุปกรณ์ที่พัฒนาขึ้นใหม่นี้ช่วยให้กล้องมีคุณสมบัติการทำงานจากกล้องทั้งสองรุ่นนี้ ฟังก์ชั่นการทำงานใหม่นี้ทำให้เราต้องมีการพิจารณาองค์ประกอบด้านเทคโนโลยีต่าง ๆ ซึ่งเราเห็นว่าจำเป็นและพบในภายหลังว่าเป็นการตัดสินใจที่คุ้มค่าอย่างยิ่ง

โดยปกติฟิลเตอร์ออพติคอลโลว์พาสทั่วไปจะทำจากแผงคริสตัลปกติ แต่เนื่องจากนี่เป็นฟิลเตอร์ที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า ซอฟต์แวร์และแผงวงจรจึงถูกพัฒนาขึ้นมาใหม่ด้วยเช่นกัน และเนื่องจากอุปกรณ์นี้จะถูกติดตั้งไว้บริเวณกลางกล้อง ด้านหลังกระบอกเลนส์ ด้านหน้าของเซ็นเซอร์ภาพ และติดกับ EVF ตัวอุปกรณ์เองจึงเป็นตัวแปรที่สำคัญอย่างยิ่งต่อองค์ประกอบอื่น ๆ ในการทำงาน นี่เป็นกระบวนการที่ยุ่งยากในการปรับโครงสร้างของกล้อง RX1 โดยไม่ทำให้ต้องปรับกล้องให้ใหญ่ขึ้น เราจึงได้จับมือกับกลุ่มนักพัฒนาที่มีความเชี่ยวชาญต่าง ๆ
ในส่วนของการผลิต ฟิลเตอร์ออพติคอลโลว์พาสแบบแปรผันจะใช้โครงสร้างแบบพื้นฐานประกอบไปด้วยแผงฟิลเตอร์โลว์พาสสองตัวและคริสตัลเหลวภายใน แม้ว่าตัวคริสตัลจะถูกใช้โดยกล้องทั่ว ๆ ไป แต่คริสตัลเหลวที่บรรจุอยู่ระหว่างแผงฟิลเตอร์ภายใต้เทคโนโลยีเฉพาะของ Sony ถือได้ว่าเป็นนวัตกรรมใหม่ของโลก ฟิลเตอร์โลว์พาสจะมีลักษณะเฉพาะที่ยอมให้แสงผ่านเป็นเส้นตรงหรือเบนแสงตามกระบวนการโพลาไรซ์ กระบวนการโพลาไรซ์นี้สามารถปรับได้โดยอาศัยคริสตัลเหลวในฟิลเตอร์แบบโลว์พาสที่พัฒนาขึ้นใหม่นี้ Sony มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับด้านการพัฒนาและผลิตฟิลเตอร์ ND ที่มีประสิทธิภาพ อุปกรณ์ตัวใหม่นี้ก็เลือกใช้เทคโนโลยีคริสตัลเหลวที่บริษัทเชี่ยวชาญและทำงานได้ดีกับกล้องออพติคอล
ในด้านการทำงาน ฟิลเตอร์โลว์พาสนี้ถือเป็นองค์ประกอบ “มาตรฐาน” ที่ใช้เวลาพัฒนามาอย่างยาวนาน นอกเหนือจากฟังก์ชั่น “เปิด” และ “ปิด” การทำงานที่เพิ่มเข้ามา การทำงานสามารถพิจารณาได้จากค่าทางกายภาพสูงสุดและต่ำสุด และการปรับสมดุลระหว่างความละเอียดและปัญหาการเกิดสีเพี้ยนหรือปรากฏการณ์มอเร่ เนื่องจากคริสตัลจะถูกต้องขับเคลื่อนอย่างแม่นยำเพื่อให้ได้สมดุลซึ่งทำได้ยาก เราจึงมีการพูดคุยเกี่ยวกับประเด็นนี้กับกลุ่มพัฒนาคุณภาพของภาพเพื่อหาวิธีการในการควบคุม ผลิตและปรับแต่งรายละเอียดต่าง ๆ เช่น ค่า “ปิด” อาจเหมาะสำหรับภาพทิวทัศน์ที่เป็นธรรมชาติ (ถ่ายภาพทิวทัศน์) และค่า “เปิด” อาจเหมาะมากกว่าในการเก็บภาพสถาปัตยกรรมและเสื้อผ้า ทั้งนี้ผู้ถ่ายภาพสามารถสังเกตปัญหาสีเพี้ยนหรือปรากฏการณ์มอเร่ได้ง่าย ๆ ขณะถ่ายภาพ ในกรณีดังกล่าว คุณสามารถเลือกถ่ายภาพแบบ bracket โดยใช้ค่า “เปิด” “ปิด” และ “มาตรฐาน” ของฟิลเตอร์โลว์พาสได้อย่างไม่ยุ่งยก

การถ่ายภาพที่ฉับไวผ่านการผสานการทำงานของระบบ AF ตรวจจับเฟสพื้นผิวของภาพและชิ้นเลนส์ติดตั้งสำเร็จ
AF เป็นอีกเทคโนโลยีใหม่ที่คุณพบได้ในกล้องรุ่น RX1R II คิดว่าผู้ใช้หลายรายเองต่างคาดหวังคุณสมบัติในการทำงานนี้

เซ็นเซอร์ของ RX1R II มีระบบตรวจจับเฟสพื้นผิวภาพเพื่อช่วยในการโฟกัสเป้าหมาย และทำงานร่วมกับ Fast Hybrid AF ที่ช่วยให้สามารถตรวจจับค่าเปรียบต่างได้อย่างแม่นยำ ผมได้รับหน้าที่ด้านการปรับค่าโฟกัสเป็นข้อมูลคำสั่งสำหรับสั่งการระบบ AF โดยการส่งข้อมูลไปยังชุดเลนส์เพื่อปรับเลนส์ให้ได้โฟกัสที่เหมาะสมที่สุด
นอกจากนี้ผมยังได้รับหน้าที่ในการดูแลระบบ AF ระหว่างการพัฒนากล้อง RX1 สิ่งที่ผมพบคือความแม่นยำในการปรับ AF ทำได้ยากมากสำหรับกล้องที่ใช้เซ็นเซอร์แบบฟุลเฟรม เนื่องจากจะต้องใช้เลนส์ที่มีความละเอียดสูงและขนาดใหญ่เป็นพิเศษ เพื่อให้ได้ความแม่นยำอย่างที่คาดหวัง ทีมงานทั้งหมดจึงต้องทุ่มเทอย่างเต็มที่ในทุกกระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ผมเชื่อว่า RX1 มีระดับความแม่นยำของ AF ที่น่าพอใจ ซึ่งหลายคนเชื่อว่าคุณสมบัตินี้สามารถนำไปใช้กับกล้อง RX หรือกล้องรุ่นอื่น ๆ ได้เช่นกัน นอกจากนี้เรายังได้รับผลตอบรับเกี่ยวกับการทำงานของระบบ AF จากลูกค้าบางราย ทีมงานพัฒนาผลิตภัณฑ์ของเราจึงต้องการปรับปรุงการทำงานให้รวดเร็วยิ่งขึ้นไปอีก
ปัจจุบันเราหวังว่าจะติดตั้งระบบ AF พิเศษนี้เข้าในกล้องรุ่น RX1R II ก่อนการเปิดตัวโครงการนี้เมื่อเร็ว ๆ นี้ ทีมงานบางคนพยายามหาวิธีในการเพิ่มความเร็วให้กับระบบควบคุมการทำงานของเลนส์โดยการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบขึ้นมาจำนวนหนึ่ง จนในที่สุดเราก็สามารถพัฒนาระบบที่จะนำมาใช้งานได้จริง


โครงร่างการทำงานพื้นฐานของมอเตอร์เรียกว่า “แอคชูเอเตอร์” ที่ติดตั้งอยู่ในเลนส์ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด แต่มีการปรับอัลกอริทึมใหม่ทั้งหมด ความเร็วของระบบ AF ที่เพิ่มขึ้นเกิดขึ้นได้โดยอาศัยเทคโนโลยีทั้งสามตัว ไม่ว่าจะเป็นระบบตรวจจับเฟสพื้นผิวภาพ เซ็นเซอร์ภาพและเอนจินประมวลผลภาพใหม่ รวมทั้งอัลกอริทึมการทำงานใหม่

ผมพูดได้เลยว่าระบบ AF ของเรามีการปรับปรุงให้เหนือกว่าเดิมอย่างมาก หากคุณถือกล้องถ่ายจริง คุณจะสัมผัสได้ถึงการทำงานของระบบ AF ที่แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ชุดเลนส์เองประกอบไปด้วยเลนส์สองตัวสำหรับปรับโฟกัสที่ต้องอาศัยระบบควบคุมที่มีความแม่นยำสูง จำนวนพิกเซลที่เพิ่มมากขึ้นของ RX1R II ทำให้เลนส์ต้องมีระบบควบคุมที่แม่นยำมากกว่า RX1 นอกจากนี้ ความเร็วในการเคลื่อนของเลนส์ที่จะต้องเร็วและแม่นยำมากกว่าเดิมเนื่องจากระบบ Fast Hybrid AF ทำให้ระบบควบคุมเลนส์ทั้งสองตัวจะต้องมีประสิทธิภาพมากขึ้น ขณะปรับโฟกัสจนถึงตำแหน่งหยุดสนิท การทำงานของส่วนประกอบจะต้องเป็นไปอย่างพอดี ไม่เช่นนั้นภาพก็จะไม่คมชัดในทุกมุมภาพ
เนื่องจากเราไม่สามารถลดทอนประสิทธิภาพเพื่อแลกกับความละเอียดที่เพิ่มขึ้น ระบบควบคุมเลนส์จึงต้องมีการพัฒนาเป็นอย่างดี เนื่องจากเลนส์และเซ็นเซอร์ภาพมีประสิทธิภาพสูงมาก เราจึงต้องการระบบ AF ที่แม่นยำสำหรับควบคุมเลนส์โดยเฉพาะ แม้ว่าจะมีการออกแบบตัวเลนส์แบบติดตั้งสำเร็จ แต่หากทิศทางไม่ถูกต้อง ระดับความแม่นยำของ AF ก็อาจผิดพลาด หรือทำให้เกิดนอยซ์ที่ไม่พึงประสงค์ขึ้น ด้วยเหตุนี้เราจึงมีการทดสอบหลายครั้งเพื่อพัฒนาอุปกรณ์ต้นแบบเพื่อให้ได้ระบบปรับแต่งที่ดีที่สุดสำหร้ับควบคุมเลนส์ซึ่งเหมาะกับกล้องรุ่นนี้ โดยไม่ลดหย่อนคุณภาพของภาพลงแต่อย่างใด
เนื่องจากเราสามารถปรับชุดเลนส์ได้ตามต้องการสำหรับกล้องที่ติดตั้งเลนส์สำเร็จ (แตกต่างจากกล้องที่ติดตั้งเลนส์แบบเปลี่ยนได้) เราจึงสามารถทดลองรูปแบบการทำงานต่าง ๆ ได้ตามที่เราต้องการ แนวคิดทั้งหมดเหล่านี้ที่ถูกนำมาใช้กับ RX1R II ทำให้ระบบ AF ของเราให้ผลการทำงานในระดับที่น่าพอใจ

RX1R II ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเลือกโหมด AF-C ที่สามารถติดตามการเคลื่อนไหวของเป้าหมายได้อย่างต่อเนื่อง

โหมด AF-C จะคอยตรวจจับการเคลื่อนไหวและคอยปรับโฟกัสให้สอดคล้องกัน นอกจากนี้เซ็นเซอร์ตรวจจับเฟสพื้นผิวภาพจะทำหน้าที่ตรวจจับตำแหน่งเป้าหมาย ทำให้สามารถลดการเคลื่อนตำแหน่งของเลนส์ที่ไม่จำเป็นลงได้ กล้องนี้มีระบบ Pupil AF ที่สามารถใช้ร่วมกันกับโหมด AF-C ซึ่งหมายความว่ากล้องจะสามารถปรับโฟกัสที่จุดที่เหมาะสมที่สุดโดยการติดตามการเคลื่อนของรูรับแสงแม้ว่าจะมีการเคลื่อนตำแหน่งเพียงเล็กน้อยระหว่างถ่ายภาพบุคคล ระบบนี้ทำให้การถ่ายภาพบุคคลง่ายขึ้นมาก และเป็นข้อดีที่สำคัญของกล้องรุ่นนี้

เราได้รับผลตอบรับที่ดีของระบบ AF ที่ทำงานได้เร็วขึ้นเมื่อเทียบกับกล้อง RX1 เราพบว่าลูกค้าที่ใช้กล้อง RX1 หลายคนต้องการเปลี่ยนมาใช้ RX1R II เนื่องจากระบบ AF ใหม่นี้ ผู้ใช้ที่คุ้นเคยกับกล้อง RX1 เป็นอย่างดีจะเข้าใจได้ดีเกี่ยวกับคุณสมบัติการทำงานที่ดีขึ้นนี้

การพัฒนาของระบบ AF ทำให้สามารถควบคุมเลนส์ได้อย่างแม่นยำซึ่งส่งผลต่อรายละเอียดของภาพอย่างมาก ผมอยากให้ผู้ใช้ “ได้เพลิดเพลิน” ไปกับผลที่ได้รับนี้ ผมทราบดีว่าทีมงานพัฒนาระบบควบคุม AF ค่อนข้างจริงจังมากในการทำงานจนถึงขั้นตอนสุดท้าย ทุกคนมีการทดสอบระบบ AF ซ้ำแล้วซ้ำอีก แม้ว่าจะแน่ใจว่าทุกอย่างทำงานได้ตามที่ต้องการแล้วก็ตาม เพราะพวกเขาต้องการควบคุมคุณภาพในระดับสุดยอด และปัจจุบันเราก็ได้ระบบที่เราทุกคนพอใจแล้ว สิ่งสำคัญในฐานะวิศวกรคือเราจะต้องไม่พอใจกับความสำเร็จ ณ ปัจจุบัน...

EVF คือความลงตัวระหว่างการทำงานและคุณภาพ และเป็นเครื่องยืนยันถึงมาตรฐาน “ญี่ปุ่น” ที่แท้จริง
มียังพัฒนาการอื่น ๆ อีกมากมาย เช่น ช่องมองภาพแบบใหม่ที่ป๊อปอัพและพับเก็บได้แบบวันทัช ช่วยอธิบายรายละเอียดได้หรือไม่




อัตราขยายของช่องมองภาพ α900 อยู่ที่ 0.74 และภาพที่สวยงามที่ได้ทำให้เราได้รับคำชมอย่างกว้างขวางจากผู้ใช้ กำลังการขยายภาพของช่องมองภาพ RX1R II สามารถปรับไปที่ 0.74 ได้ส่วนหนึ่งก็เนื่องมาจาก α900 นี่เอ เป้าหมายของการพัฒนา α900 คือเพื่อให้ได้ระบบ OVF ที่ดีที่สุด และเป้าหมายต่อไปของเราคือระบบ EVF ที่ดีที่สุดสำหรับ RX1R II
เราเลือกใช้เลนส์กระจกที่มีดัชนีหักเหสูงสำหรับส่วนประกอบด้านออพติคของเลนส์ใกล้ตาทั้งหมดไม่ว่าจะทำให้ต้นทุนเพิ่มหรือไม่ก็ตาม ส่วนประกอบทั้งสองเหล่านี้ทำจากเลนส์คลาดทรงกลมขึ้นแบบเพื่อลดขนาดในทิศทางออพติคอลแนวแกนและเกิดความชัดเจนของภาพ หากคุณมองผ่านช่องมองภาพ คุณจะสัมผัสได้กับการแสดงผลที่ชัดเจนมากกว่าเดิม
ระหว่างการพัฒนาระบบออพติคตามความต้องการของผู้ใช้ ประเด็นท้าทายอีกข้อสำหรับเราในการออกแบบเบื้องต้นคือการพัฒนากลไกป๊อปอัพแบบวันทัช Sony นำเสนอช่องมองภาพแบบป๊อปอัพตัวแรกกับกล้อง RX100 III และมีการพัฒนาต่อยอดเพื่อให้ได้ช่องมองภาพที่ดีที่สุดสำหรับกล้องแฟลกชิปอย่าง RX1R II

RX100 III มีการทำงานแบบสองขั้นเนื่องจากอายพีซจะต้องดึงออกเองหลังจากดันช่องมองภาพออกมาเพื่อให้รับชมได้อย่างสะดวก การพับเก็บช่องมองภาพก็แบ่งออกเป็นสองขั้นตอนเช่นเดียวกันสำหรับ RX100 III การดึงอายพีซเป็นขั้นตอนการใช้งานสำหรับช่องมองภาพของ RX1R II แต่ที่ออกแบบมาเช่นนี้ก็เพื่อให้การทำงานแบบสองขั้นตอนเป็นไปอย่างสมบูรณ์แบบได้แก่การป๊อปอัพและดึงออก เสมือนเป็นขั้นตอนเดียว นี่เป็นข้อจำกัดด้านเทคนิคที่สำคัญที่เราจะต้องพัฒนาต่อไป
ในช่วงแรกเรามีการเสนอการทำงานให้เป็นแบบขั้นตอนเดียวสำหรับการใช้งานช่องมองภาพ และแบบสองขั้นตอนเมื่อต้องการพับเก็บ แต่พลังจากทบทวนเพิ่มเติมด้านความสะดวกในการใช้งาน เราก็ได้ข้อสรุปว่าช่องมองภาพควรจะพับเก็บได้ง่าย ๆ แบบขั้นตอนเดียวเท่านั้น
ที่สำคัญคือยังไม่มีช่องมองภาพป๊อปอัพที่มีการทำงานในลักษณะนี้ แม้แต่ในกล้องกลุ่มอื่นก็ตาม ที่น่าขำก็คือกลุ่มผู้พัฒนากลไกการทำงานของ Sony ไม่ได้หยุดอยู่แค่นี้ พวกเขาพยายามสร้างสรรค์ผลงานที่ไม่เคยมีมาก่อน

นักออกแบบนำเสนอแนวคิดต่าง ๆ และจัดทำมาเป็นผลิตภัณฑ์ต้นแบบหลายตัว รวมทั้งระบบกลไกการทำงานที่เป็นแบบขั้นตอนเดียว ทั้งนี้หากแป้นป๊อปอัพและส่วนประกอบอื่น ๆ ดูไม่สวยงาม ลูกค้าก็อาจไม่ประทับใจเนื่องจาก RX1 ก็มีคุณภาพโดดเด่นอยู่แล้ว หลังจากพิจารณาปัจจัยต่าง ๆ แล้วเราจึงตัดสินใจเลือกกลไกการทำงานจากองค์ประกอบด้านการทำงาน คุณภาพ ความแข็งแรง/ทนทาน เป็นต้น
กลไกที่เราเลือกนี้สามารถทำงานได้ในรูปแบบที่เราคาดหวัง แขนโลหะแบบแป้นปรับจะเลื่อนขึ้นและลงตามรางและเริ่มดึงปลายของรางเพื่อปรับแนวการเคลื่อน ภายใต้กลไกนี้ การกดช่องมองภาพจะทำให้แขนโลหะเริ่มดึงอายพีซเข้าเพื่อพับเก็บชิ้นส่วนได้แบบขั้นตอนเดียว
หลังจากที่กำหนดโครงสร้างพื้นฐานได้แล้ว ปัญหาถัดไปคือคุณภาพของการใช้งานจริง การป๊อปอัพชิ้นส่วนอาจทำได้ง่าย ๆ โดยอาศัยแรงจากปริง แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือเสียงดีดที่ดังจนน่าตกใจ เพื่อให้การเคลื่อนของชิ้นส่วนเป็นไปอย่างมีคุณภาพสำหรับกล้องอย่าง RX1 เราจึงได้เพิ่มตัวซับแรงเพื่อชะลอความเร็วในการป๊อปอัพเข้ามา แต่หากการป๊อปอัพช้าเกินไปก็อาจทำให้การถ่ายภาพไม่ทันใจ และผู้ใช้อาจเลือกไม่ใช้ชองมองภาพไปเลย ดังนั้นจึงมีการปรับแต่งกลไกเพื่อให้ได้ความเร็วที่ไม่เร็วหรือช้าจนเกินไป
เวลาที่คุณได้ยินคำว่า “ตัวซับแรง” คุณอาจคิดถึงโช้คอัพรถยนต์ ซึ่งเราเองก็ได้มีการค้นคว้าเกี่ยวกับโช้คอัพที่ถูกใช้เป็นอุปกรณ์ภายในสำหรับแผงอุปกรณ์ในรถยนต์ระดับหรูหรา
อุปสรรคประการต่อมาของเราคือการพัฒนาการทำงานของชิ้นส่วนให้รู้สึกว่ามีคุณภาพดีขณะกดที่ชุดช่องมองภาพ สัมผัสในการทำงานนี้จะต้องดีในทุกขั้นตอนของการทำงาน ทั้งเสียง “คลิก” เนื่องจากช่องมองภาพจะต้องล็อคตำแหน่งอยู่ภายในตัวกล้อง จริง ๆ แล้วแผนงานนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ขณะวางแผนผลิตภัณฑ์ โดยเราเองยังแทนไม่เชื่อว่าเราจะได้ชิ้นงานที่มีคุณภาพในระดับนี้ สิ่งสำคัญคือความสมดุลระหว่างประสิทธิภาพของช่องมองภาพและการทำงานแบบขั้นตอนเดียว รวมทั้งคุณภาพของชิ้นส่วนที่จะต้องสัมผัสได้อย่างเต็มที่และสามารถนำไปผลิตได้จริงเป็นจำนวนมาก ข้อจำกัดเหล่านี้สร้างความเครียดให้เราอยู่ไม่น้อย
อย่างไรก็ตามเรายังมั่นใจว่าเราจะสามารถทำตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้ เราได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจากส่วนงานที่เกี่ยวข้องของ Sony โรงงานและผู้ผลิตชิ้นส่วนเพื่อควบคุมคุณภาพให้ดีที่สุดจนถึงท้ายสุดของกระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ผมที่ได้คือเป้าหมายที่สัมฤทธิ์ผลและช่องมองภาพแบป๊อปอัพที่ดีที่สุดที่เคยมีมา เมื่อผมมองย้อนกลับไปที่กระบวนการทั้งหมด ผมรู้สึกภูมิใจมาก

มีอีกสิ่งหนึ่งที่เราต้องกล่าวถึงเกี่ยวกับระบบ EVF เนื่องจากรูปลักษณ์ที่น่าพอใจมาก เราจึงเห็นว่าควรที่จะเสริมชิ้นส่วนรูปถ้วยเข้ามาบริเวณพายพีซเพื่อให้สะดวกสำหรับผู้ที่ใช้เป็นประจำ หลังจากกระบวนการพัฒนากล้อง เราจึงได้ออกแบบอายพีซต่อมาเพื่อเป็นอุปกรณ์เสริมสำหรับกล้อง

เราได้มีการพูดคุยเกี่ยวกับรูปทรงที่เหมาะสมกับกล้องเพื่อให้ยังรู้สึกได้ถึงคุณภาพของชิ้นส่วนทุกชิ้น หลังจากการทดลองผิดถูกหลายรอบเพื่อให้ได้ชิ้นงานที่สวยงามที่จะไม่พลาดหลุดออกมาขณะใช้งานกล้อง เราจึงเลือกใช้ชิ้นส่วนแบบรูปถ้วยเพื่อติดตั้งกับแป้นเล็ก ๆ มีลักษณะคล้ายกับแป้นหมุนของนาฬิกา รูปถ้วยสำหรับอายพีซนี้ถูกคิดวิเคราะห์อย่างละเอียด โดยในตอนแรกคาดว่าจะมีรูปทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส และปรับเปลี่ยนต่อมาให้เป็นทรงโค้งมนเพื่อให้ดูได้ง่าย และรู้สึกสบายขณะใช้งานทั้งในแนวตั้งหรือแนวนอน

อีกองค์ประกอบที่สำคัญคือจอ LCD แบบปรับได้ ผลงานออกแบบของเราเกิดขึ้นจากการพูดคุยและการทดสอบว่าจะปรับปรุงการทำงานและรักษาคุณภาพแบบดั้งเดิมไว้ได้อย่างไร

เราเลือกที่จะใช้แมกนีเซียมอัลลอยเพื่อผลิตจอ LCD แบบปรับได้นี้ เนื่องจากโครงพลาสติกอาจไม่แข็งแรงและดูมีคุณภาพเพียงพอสำหรับตัวกล้อง RX1 ขณะกดจอ LCD กลับเข้าไปในตัวเครื่อง ชิ้นส่วนจะต้องเก็บเข้าได้เรียบร้อยโดยอาศัยแม่เหล็กที่ติดตั้งอยู่ภายใน รูปโฉมด้าหลังของตัวกล้องก็เป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากเป็นจุดที่มองเห็นได้ขณะจอ LCD อยู่ในตำแหน่งปรับเอน เราพยายามอย่างมากในขั้นตอนการพัฒนานี้ ผมเชื่อว่ารายละเอียดต่าง ๆ เหล่านี้ทำให้ RX1R II เป็นชิ้นงานคุณภาพที่หาได้ยาก และโดดเด่นในกลุ่มกล้องขนาดกะทัดรัด แม้กับกล้องของผู้ผลิตรายอื่น

เราใช้เวลากว่าครึ่งปีในกระบวนการออกแบบทั้งหมด และสามารถผลิตสินค้าตัวแบบเพื่อนำมาพิจารณาตรวจสอบอีกหลายกระบวนการ

รูปทรงโดยรวมของ RX1R II ใกล้เคียงกับ RX1 มาก แต่การติดตั้งเลนส์มีการปรับเปลี่ยนเล็กน้อยไปทางจุดจับยึดเพื่อให้มีพื้นที่สำหรับช่องมองภาพแบบป๊อปอัพ การปรับเปลี่ยนการจัดวางเลนส์เล็ก ๆ น้อย ๆ นี้ทำให้ต้องมีการพิจารณารายละเอียดของสินค้าต้นแบบให้ดีเพื่อให้ตำแหน่งของส่วนประกอบอื่น ๆ เช่น หน้าปัด ฐานติดตั้ง ช่องรับขาตั้งกล้อง ส่วนจับยึด ฯลฯ สามารถใช้งานได้สะดวกที่สุด แม้ว่าลักษณะภายนอกจะเกือบไม่แตกต่างจาก RX1 รุ่นแรก แต่ภายในมีการปรับโฉมใหม่ทั้งหมด ในด้านของวัสดุ เราได้มีการจำลองเพื่อวิเคราะห์ความแข็งแรงหลายรูปแบบ และเลือกใช้พลาสติกเสริมแรงประสิทธิภาพสูงเพื่อใช้เป็นกลไกป๊อปอัพที่แข็งแรงและทนทานเหมาะสำหรับใช้เป็นช่องมองภาพกับกล้องกลุ่ม RX1 นี้

ลักษณะเด่นอย่างหนึ่งของ RX1R II คือการออกแบบที่มีรายละเอียดต่าง ๆ มากมาย เราใส่ใจแม้แต่กับชิ้นส่วนเล็ก ๆ การเลือกใช้วัสดุและสัมผัสที่ต้องได้คุณภาพในระดับพรีเมียม การควบคุมคุณภาพคือขั้นตอนที่ต้องใส่ใจในทุกรายละเอียด RX1 ทุกตัวผลิตจากประเทศญี่ปุ่นโดยใช้ระบบ “clean booth” ตลอดกระบวนการผลิต ตั้งแต่การผลิตเลนส์ ส่วนประกอบอื่น ๆ เซ็นเซอร์ภาพไปจนถึงการประกอบตัวเลนส์และตัวเครื่องเข้าด้วยกัน

เราใส่ใจรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น ระยะห่างระหว่างชิ้นส่วนภายนอกต่าง ๆ เช่น หากมีช่องว่างระหว่างตัวเครื่องและช่องมองภาพ ช่องมองภาพอาจมีปัญหาในการป๊อปอัพเนื่องจากมีแรงเสียดทานของชิ้นส่วน หากมีช่องว่างระหว่างชิ้นส่วนมากเกินไป ก็อาจทำให้ผลิตภัณฑ์ดูมีคุณภาพต่ำ เพื่อให้ได้ระยะห่างน้อยที่สุดและสม่ำเสมอกัน ผู้ผลิตจึงต้องประกอบชิ้นส่วนด้วยมือโดยมีการปรับชิ้นส่วนแต่ละชิ้นอย่างระมัดระวังที่โรงงานของเราในประเทศญี่ปุ่น การปรับแต่งอย่างละเอียดขนาดนี้ไม่ใช่สิ่งที่คุณจะพบเจอกับกล้องทั่ว ๆ ไปอย่างแน่นอน โลโก้ Sony ที่กำกับก็มีการประทับแบบชิ้นต่อชิ้นจากโรงงานผู้ผลิตโดยความร่วมมือกับผู้ผลิตชิ้นส่วนต่าง ๆ นอกจากนี้ข้อความ “MADE IN JAPAN” ยังมีสลักไว้ที่ด้านล่างของตัวเครื่อง ผมเชื่อว่ากล้องนี้คือสิ่งสะท้อนถึงความโดดเด่นของเทคโนโลยีจากญี่ปุ่นที่เน้นศิลปะและความเชี่ยวชาญอย่างแท้จริง

ถือ ถ่าย ชมผลงาน ความพอใจในทุกขั้นตอนของการใช้งาน คุณภาพที่ดีที่สุดทุกที่และทุกเวลา
กรุณาส่งข้อความพิเศษถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายสำหรับ RX1R II

คนส่วนใหญ่ไม่ทราบว่ากล้องขนาดเล็กเช่นนี้จะติดตั้งเซ็นเซอร์ภาพขนาดปกติและช่องมองภาพระดับ α900 นี่เป็นเรื่องที่เหลือเชื่อ! แต่นี่คือกล้องที่คุณสามารถสอดเข้ากระเป๋าหรือคล้องติดคอไปได้อย่างสะดวกในทุกที่ นี่คืออุปกรณ์แบบพกพาที่พร้อมไปกับคุณทุกที่อย่างแท้จริง คุณสามารถพกกล้องไปในทุกที่ที่ต้องการใช้งานทดแทนกล้องที่เทอะทะแบบเดิม ๆ ขอให้เพลิดเพลินไปอย่างเต็มที่กับ “อุปกรณ์พกพาคุณภาพเยี่ยมที่พร้อมไปกับคุณทุกที่และทุกเวลา”

นี่เป็นกล้องที่เราแนะนำสำหรับพกพาเพื่อถ่ายภาพในชีวิตประจำวันของคุณ กล้องนี้ช่วยให้คุณสามารถเก็บภาพธรรมชาติในชีวิตประจำวันได้อย่างสมจริงไม่หลอกตา คุณสามารถเก็บภาพได้ตามความเป็นจริงตามที่เห็นจากสายตา แทนการประดิษฐ์ภาพที่คมชัด กล้องของเราสามารถประมวลผลภาพให้มีองค์ประกอบครบทุกรายละเอียดได้อย่างเป็นธรรมชาติมากที่สุด นี่คือกระบวนการในการผลิตกล้องของเรา และเป้าหมายที่เราตั้งไว้ เนื่องจากกล้องมีขนาดค่อนข้างเล็ก จึงเหมาะที่คุณจะสามารถใช้ได้ตลอดเวลา

เวลาไปปีนเขา ผมเลือกที่จะพก RX1R II ติดตัวไปด้วย และไม่เคยมีปัญหาเลยเพราะกล้องมีขนาดกะทัดรัดดีมาก ผมมักถ่ายภาพทิวทัศน์ และเนื่องจากกล้องสามารถเก็บรายละเอียดต่าง ๆ ได้ดี ผมจึงได้ภาพที่สวยงามและตรงตามความต้องการของผม พูดอีกนัยหนึ่งคือ กล้องนี้ทำให้คุณได้ภาพที่มีคุณภาพระดับเดียวกับกล้องระดับมีเดียมฟอร์แมต ซึ่งถือว่ามีคุณภาพสูงมากสำหรับกล้องขนาดกะทัดรัดเช่นนี้ ขอแนะนำให้พกติดตัวไปทุกที่เพื่อเก็บภาพทุกความทรงจำของคุณได้เมื่อต้องการ

ฟิลเตอร์ออพติคอลโลว์พาสแบบแปรผันนี้คือนวัตกรรมใหม่ของโลกที่สะท้อนถึงความเป็นผู้นำของ Sony ผมมั่นใจว่าลูกค้าของเราจะต้องเพลิดเพลินไปกับการถ่ายภาพและยอมรับในคุณภาพของการประกอบของ RX1R II ตัวนี้

กล้องที่คุณสามารถพกติดตัวไปได้ทุกวันไม่แตกต่างจากกล้องสแนปช็อตทั่วไป ขณะถือและกำหนดเป้าหมายกล้อง เครื่องจะปรับโฟกัสอย่างแม่นยำไปที่เป้าหมายเพื่อให้คุณพร้อมถ่ายภาพได้ทันที เนื่องจากเครื่องมาพร้อมกับระบบ Pupil AF กล้องนี้จึงเหมาะสำหรับถ่ายภาพเด็ก ๆ เนื่องจากใช้เลนส์ 35 มม. ที่ใช้งานง่าย โดยคุณสามารถถ่ายภาพได้ในระยะที่ต้องการ ขอแนะนำกล้องนี้ให้เป็นกล้องสำหรับติดตัวคุณไปทุกที่ขณะเดินทางไปกับครอบครัว คุณสามารถเก็บภาพช่วงเวลาพิเศษกับเด็ก ๆ ได้อย่างทันใจ และยังสามารถใช้กล้องนี้กับสถานการณ์อื่น ๆ เช่น การเก็บภาพทิวทัศน์ และภาพสแนปช็อตหรือภาพบุคคล ผู้ใช้สามารถถ่ายภาพเป้าหมายต่าง ๆ เพื่อให้คุณได้ปลดปล่อยอารมณ์ศิลปินของคุณอย่างเต็มที่ ระบบ Fast Hybrid AF เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการถ่ายภาพเคลื่อนไหว ขอแนะนำให้ลองถ่ายภาพเคลื่อนไหวดูด้วย

การออกแบบและผลิต RX1R II ต้องใช้เวลาและความทุ่มเทอย่างมาก ไม่เฉพาะโดยนักออกแบบเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงบุคลากรฝ่ายผลิตด้วย กล้องของเราทุกตัวได้รับการประกอบอย่างพิถีพิถันโดยบุคลากรของ Sony เนื่องจากเราให้ความสำคัญกับคุณภาพของชิ้นส่วน เราจึงต้องการให้คุณ “ประทับใจ” กับคุณภาพของวัสดุและการประกอบอย่างเต็มที่ขณะถือตัวกล้อง เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าคุณจะเพลิดเพลินไปกับการถ่ายภาพโดยใช้ทั้งกล้องมองภาพและจอ LCD ของเรา นอกจากนี้ ผมยังคาดหวังให้คุณเกิดความพอใจหลังการถ่ายภาพกับการทำงานที่มีความแม่นยำสูง และรายละเอียดของภาพที่ดูเป็นธรรมชาติ เราทุ่มเทในทุกรายละเอียดเพื่อให้กล้องนี้สามารถสร้างความประทับใจให้แก่คุณได้มากที่สุดในทุกประสบการณ์การถ่ายภาพ และเราหวังว่าคุณจะพอใจกับ RX1R II ในทุก ๆ ด้านเช่นกัน