เลนส์ Sony 24-70 มม. F2.8 GM คือเลนส์ซูมมาตรฐานแบบพรีเมียมโฉมใหม่จาก SONY ซึ่งจะแสดงความละเอียดชั้นเลิศแม้แต่ในส่วนขอบของเลนส์ มาพร้อมกับเทคโนโลยีการเคลือบ Nano AR, เลนส์ XA, และมอเตอร์ DDSSM ทำให้การทำงานของ AF เป็นไปอย่างแม่นยำและรวดเร็ว
| Mount | SONY FE Mount (Correspond to Full Frame) |
| Focal Length | 24-70mm (APS-C equivalent focal length 36-105mm) |
| Angle of view | 84°-34° |
| Lens groups / Elements | 13/18(1 XA lens, 1 ED lens, 1 Super ED lens, 2. Aspherical lens) |
| Maximum Aperture | F2.8 |
| Minimum Aperture | F22 |
| Minimum focus distance | 0.38m / 1.24ft |
| Maximum magnification ratio | 0.24x |
| Filter diameter | 82mm |
| Aperture blades | 9 |
| Correspond format | FF, APS-C |
| AF Motor | Direct Drive Super Sonic wave Motor (DDSSM) |
| Image stabilizer | Not support |
| Dimensions(Diameter X Length) | 87.6 x 136mm / 3.11 x 5.14 in |
| Weight | 886g / 31.25 oz |
| Box contents | Hood (ALC-SH141), Lens front cap (ALC-F82S), Lens rear cap (ALC-R1EM) Case |
เลนส์ XA (Extreme Aspherical)
พื้นผิวของเลนส์ Aspherical ทั่วไป พื้นผิวของเลนส์ Aspherical ทั่วไปจะมีความขรุขระระดับ 0.01 ไมครอน กราฟสีแดงด้านล่างแสดงถึงรูปภาพกราฟิกของส่วนที่เป็นเลนส์ Aspherical ยิ่งพื้นผิวขรุขระมากก็จะทิ้งรอยซี่ล้อไว้ด้านในเมื่อแสดงโบเก้
พื้นผิวของเลนส์ Aspherical แบบ Extreme เลนส์ XA จะช่วยขัดพื้นผิวของเลนส์ Aspherical อย่างเต็มพิกัดและีรักษาพื้นผิวให้ราบเรียบแม้ในระดับ 0.01 ไมครอน กราฟสีแดงด้านล่างแสดงถึงรูปภาพกราฟิกของส่วนที่เป็นเลนส์ XA ดังจะเห็นได้ว่าแทบไม่เหลือรอยซี่ล้อด้านในบนผิวหน้าอันราบเรียบเมื่อแสดงโบเก้เลย
เนื่องจากแบรนด์เปิดตัวเลนส์พรีเมียมที่มีข้อกำหนดทางเทคนิคที่ดีที่สุดในกลุ่มสายการผลิตเลนส์ G เลนส์ G Master จึงมาพร้อมกับข้อกำหนดทางเทคนิคคุณภาพสูงต่างๆ
โดยเลนส์ Sony FE 24-70 มม. F2.8 GM คือเลนส์ซูมมาตรฐานสำหรับกล้องไร้กระจก ซึ่งตรงข้ามกับฟูลเฟรม ระยะโฟกัสที่ 24-70 มม. แสดงมุมตรงข้ามที่ 84°-34° และสามารถใช้งานกับสภาพแวดล้อมรูปแบบต่างๆ ได้ เช่น ภูมิทัศน์ สแนปช็อต และงานกิจกรรม ตัวเลนส์มีองค์ประกอบ 18 ชิ้นและ 13 กลุ่ม พร้อมกับเลนส์ Aspherical, เลนส์ Super ED, และเลนส์ ED จำนวน 2 ชุด ดังนั้นจึงสามารถแสดงความละเอียดและความสามารถในการควบคุมความพร่าได้อย่างดีเยี่ยม นอกจากนี้ยังช่วยลดแสงสะท้อนผ่านการเคลือบ Nano AR และทำให้การผ่านทะลุดีขึ้นอีกด้วย เลนส์มาพร้อมกับค่ารูรับแสง F2.8 ที่รวดเร็วจึงเหมาะกับการถ่ายภาพทั้งภายในและภายนอกอาคาร อีกทั้งยังให้ระดับของระยะชัดลึกค่อนข้างดี โดยเลนส์รุ่นนี้อาจน่าสนใจมากกว่าหากผู้ใช้ต้องการค่ารูรับแสงที่สว่างขึ้นเมื่อเทียบกับเลนส์ ZEISS 24-70 มม. F4OSS ที่มีค่ารูรับแสงคงที่ F4 ซึ่งเปิดตัวออกมาก่อนหน้านี้ มอเตอร์ AF บรรจุมอเตอร์ DDSSM โฉมใหม่ที่สามารถแสดงการทำงานได้อย่างเงียบเชียบแต่รวดเร็ว และช่วยลดเอฟเฟ็กต์ภาพกระเพื่อมเมื่อถ่ายภาพและภาพยนตร์ได้ จึงสามารถสร้างความพึงพอใจแก่ผู้ใช้ได้เป็นอย่างมาก เลนส์สามารถถ่ายภาพระยะใกล้ได้ในระยะ 38 ซม. ซึ่งดีเยี่ยมกว่า 0.24 เท่า ปิดท้ายด้วยโฟกัสภายในและการซีลปิดเพื่อป้องกันความชื้นและฝุ่น เลนส์ SONY FE 24-70 มม. F2.8 GM ถือเป็นเลนส์ซูมมาตรฐานคุณภาพสูงมากที่มีระดับของความครบครันและความละเอียดชั้นเลิศในส่วนขอบของเลนส์แม้จะใช้รูรับแสงเต็มที่ที่ F2.8 ในกล้อง a7RII ซึ่งเป็นกล้อง Super Resolution ที่มีความละเอียด 42.4 ล้านพิกเซล
FE
เลนส์ SONY E-Mount ใช้งานกับฟูลเฟรม
GM
เลนส์ระดับสูงของสายการผลิตเลนส์ G จาก SONY
เลนส์ XA
ขัดพื้นผิวของเลนส์ Aspherical ระดับ 0.01 ไมครอน
Nano AR
การเคลือบเลนส์ของ SONY ซึ่งจะช่วยลดเอฟเฟ็กต์โกสต์ที่เกิดจากอัตราการผ่านทะลุและการสะท้อนที่สูง
DDSSM
Direct Drive Super Sonic wave Motor
เลนส์มีความยาว 136 มม. และมีเส้นผ่าศูนย์กลางสูงสุด 87.6 มม. แม้เลนส์จะมีรูปทรงใหญ่และยาวเหมือนเลนส์สำหรับกล้อง DSLR แต่ถือว่าเป็นสิ่งที่ยอมรับได้เพราะเลนส์มาพร้อมกับข้อกำหนดทางเทคนิคสูงที่เน้นความละเอียดสูงสุด อีกนัยหนึ่งคือเพียงเพราะเป็นกล้องไร้กระจกก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่สามารถก้าวข้ามข้อจำกัดของเทคโนโลยีออปติคได้ ตัวเลนส์สามารถถือได้ง่ายเนื่องจากมีขนาดค่อนข้างยาว อีกทั้งวงแหวนซูมและวงแหวนโฟกัสก็ดีเยี่ยมอีกด้วย
ตัวเลนส์หนักเพียง 890 ก. เมื่อรวมฝาหน้า ฝาหลัง และเลนส์ฮู้ดแล้วจะมีน้ำหนักรวม 960 ก.
ความยาวเมื่อเลนส์ยื่นออกจะขึ้นอยู่กับการปรับ การฉายภาพสั้นที่สุดคือระยะ 24 มม. และยาวที่สุดคือระยะ 70 มม. โดยเมื่อฉายภาพระยะ 24 มม. จะมีความยาวประมาณ 136 มม. ถึงเมาท์ และประมาณ 168 มม. เมื่อฉายภาพระยะ 70 มม. วงแหวนโฟกัสจะรองรับโฟกัสภายใน ดังนั้นแม้ผู้ใช้จะเปลี่ยนโฟกัสก็จะไม่ส่งผลต่อเลนส์หลัก จึงไม่มีข้อจำกัดในการใช้ CPL และใช้ฟิลเตอร์สี่เหลี่ยม
ใช้ฟิลเตอร์ขนาด 82 มม. เป็นมาตรฐาน
เมาท์ผลิตจากวัสดุโลหะจึงทนทานแข็งแรง และปิดด้วยยางเพื่อป้องกันสสารจากภายนอกไหลเข้าเมื่อเมาท์เลนส์
วงแหวนโฟกัสและวงแหวนซูมปิดด้วยวัสดุยาง ตัวเลนส์มีวงแหวนโฟกัสที่เบามากจึงช่วยให้สามารถเคลื่อนโฟกัสเมื่อถ่ายภาพได้อย่างเบามือ ส่วนวงแหวนซูมจะแน่นเล็กน้อยโดยมีตัวล็อกวงแหวนอยู่ด้านใต้
เลนส์ FE 24-70 มม. F2.8 GM ใช้การเคลือบ Nano AR ดังนั้นจึงช่วยเพิ่มการผ่านทะลุของแสงผ่านเลนส์และลดแสงโกสต์ นอกจากนี้ยังมี XA ที่ช่วยให้ภาพมีความละเอียดสูงพร้อมกับโบเก้ที่สวยงามในเวลาเดียวกัน
พื้นที่รอบๆ เมาท์ตลอดจนส่วนสำคัญของเลนส์ต่างถูกซีลปิดด้วยยางเพื่อลดฝุ่นและความชื้นจากภายนอกไหลเข้าไป
ปุ่มล็อคโฟกัสจะอยู่ด้านข้างของเลนส์ ดังนั้นผู้ใช้จึงสามารถเลือกการทำงานที่ปรารถนาได้โดยกำหนดจากเมนูแบบกำหนดเองของผู้ใช้ในกล้อง ทั้งนี้การทำงานที่พร้อมใช้งานจะแตกต่างไปตามประเภทของกล้อง
กล้องไร้กระจกของ SONY ถูกตั้งค่ามาให้ปรับโหมด AF และ MF ของเลนส์ผ่านเมนูภายในกล้อง อย่างไรก็ตามเลนส์ FE 24-70 มม. F2.8 GM จะมีปุ่มสลับ AF/MF ที่ด้านข้างของเลนส์เพื่อให้ผู้ใช้สามารถเปลี่ยนโหมด AF/MF ได้อย่างรวดเร็ว
วงแหวนซูมมีแนวโน้มจะหลวมลงเมื่อใช้งานเป็นระยะเวลานาน แต่เลนส์ FE 24-70 มม. F2.8 GM มาพร้อมกับตัวล็อกวงแหวนซูม คุณจึงไม่ต้องกังวลว่าเลนส์จะลื่นตกเมื่อไม่ได้ใช้งาน
เส้นผ่าศูนย์กลางฟิลเตอร์และระยะโฟกัสใกล้ที่สุดจะแสดงอยู่บริเวณมุมภายในที่ด้านหน้าของส่วนล่างของเลนส์ ส่วนด้านท้ายของส่วนล่างจะมีชื่อรุ่นเลนส์และข้อมูลเบ็ดเตล็ดแสดงอยู่ โดยเส้นผ่าศูนย์กลางฟิลเตอร์ของเลนส์นี้คือ 82 มม. และระยะโฟกัสใกล้ที่สุดจากทุกระยะมุมคือ 38 ซม.
เลนส์มาพร้อมกับฝาหน้าติดแน่น และฝาหลังซึ่งเป็นฝาเดียวกันกับฝาเลนส์ E-Mount ทั่วไป
เลนส์นี้มีฮู้ด ALC-SH141 ซึ่งถือเป็นฮู้ดพิเศษที่มีอุปกรณ์ล็อกด้านข้างช่วยให้ฮู้ดไม่หมุนในขณะใช้เลนส์ และส่วนด้านในของฮู้ดปิดด้วยกำมะหยี่เพื่อประสิทธิภาพในการควบคุมแสงแฟลร์/โกสต์
เลนส์ FE 24-70 มม. F2.8 GM มาพร้อมกับเคสเลนส์ซึ่งสามารถติดสายสะพายด้านข้างของเคสเพื่อขนย้ายได้โดยสะดวก ภายในเคสเลนส์บุด้วยวัสดุโฟมนุ่มซึ่งจะช่วยลดแรงกระแทกเมื่อขนย้าย
เลนส์ FE 24-70 มม. F2.8 GM ใช้มอเตอร์โฉมใหม่ นั่นคือ DDSSM (Direct Drive Super Sonic wave Motor) มอเตอร์รุ่นนี้ให้การเคลื่อนที่ของเลนส์อันรวดเร็วโดยไร้สัญญาณรบกวน อีกทั้งยังช่วยลดเอฟเฟ็กต์ภาพกระเพื่อมที่เกิดขึ้นเมื่อโฟกัสเคลื่อนก่อน/หลังได้เป็นอย่างดีจนสามารถรู้สึกถึงการประมวลผล AF ที่รวดเร็วมากเมื่อถ่ายภาพ นอกจากนี้เลนส์ยังแสดงความเป็นธรรมชาติของ AF ที่ง่ายและแม่นยำโดยปราศจากการกระเพื่อมทั้งในขณะถ่ายภาพทั่วไปและถ่ายภาพระดับมืออาชีพได้อีกด้วย เนื่องจากความไวการเคลื่อนที่ของ AF ค่อนข้างเร็ว ความสามารถในการถ่ายภาพวัตถุที่เคลื่อนที่ในโหมดโฟกัสแบบต่อเนื่อง AF-C จึงค่อนข้างดี
สายการผลิตเลนส์ของ SONY แบ่งออกเป็นเลนส์ทั่วไปและเลนส์ระดับสูงอย่างเลนส์ G และ เลนส์ ZEISS โดยเลนส์ G คือสายการผลิตเลนส์ระดับสูงที่พัฒนาโดยตรงจาก SONY ส่วนเลนส์ ZEISS เป็นเลนส์ที่พัฒนาและผลิตร่วมโดย ZEISS และ SONY โดยเลนส์ GM ที่ปล่อยตัวในครั้งนี้คือคำย่อของเลนส์ G Master และถือสายการผลิตเลนส์ระดับพรีเมียมที่ใช้เฉพาะข้อกำหนดทางเทคนิคที่ดีที่สุดซึ่งแตกต่างแม้กระทั่งกับเลนส์อื่นๆ ในบรรดาเลนส์ G ด้วยกันเป็นอย่างมาก เลนส์ GM ซึ่งถือเป็นสายการผลิตระดับพรีเมียมถูกออกแบบมาให้ใช้งานกับกล้องที่มีพิกเซลสูงสุดด้วยความละเอียดชั้นเยี่ยม, การแสดงพื้นหลังแบบเลือนและโบเก้อันงดงาม, และการเคลื่อนของ AF ซึ่งเหมาะกับรูปภาพและภาพถ่าย เลนส์ GM คือเลนส์ระดับพรีเมียมที่พ่วงด้วยเทคโนโลยีเลนส์ล่าสุดจำนวนมากจาก SONY เช่น เลนส์ XA, การเคลือบ Nano AR, และมอเตอร์ DDSSM หากเทียบกับเลนส์ปกติที่มีความละเอียดส่วนกลางในระดับดีแต่ความละเอียดส่วนขอบเลนส์ไม่สู้ดีนักเมื่อเปิดรูรับแสงเต็มที่ เลนส์ GM ถูกออกแบบมาเพื่อมอบความละเอียดชั้นเยี่ยมแม้แต่ในส่วนขอบเลนส์ จึงถือได้ว่าเป็นรากฐานที่เตรียมพร้อมสำหรับการถ่ายภาพรวมถึงภาพยนตร์ที่มีความละเอียดสูงสุดมากกว่าระดับ 4K
ซึ่งในปัจุบันมีเพียงสามเลนส์ ได้แก่ FE 24-70 มม. F2.8 GM, FE 85 มม. F1.4 GM, และ FE 70-200 มม. F2.8 GM OSS เท่านั้นที่เปิดตัวไปแล้ว แต่เนื่องจาก SONY เร่งพัฒนาการผลิตกล้องไร้กระจกที่มีความสามารถในการถ่ายภาพชั้นยอดด้วยความละเอียดสูงสุด จึงคาดว่าเลนส์ใหม่ๆ จะทยอยเปิดตัวออกมาอีกเรื่อยๆ
ถือเป็นเลนส์ซูมมาตรฐานที่สามารถใช้ระยะมุมของมุมตรงข้ามที่ 84°-34° ในกล้องฟูลเฟรมระยะ 35 มม. และเพราะเป็นเลนส์ซูมมาตรฐานนี้เองจึงสามารถใช้งานได้ในหลากหลายสภาพแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นภูมิทัศน์ สแนปช็อต และงานกิจกรรม โดยเลนส์จะแสดงความละเอียดสูงมากในทุกระยะจึงเหมาะกับสถานที่ที่ต้องการความคมชัดสูงและความละเอียดสูงสุด
Camera: SONY a7R II | Aperture: F8.0 | Shutter: 1/320 Sec | ISO: 100 | Focal Range: 24.0mm
Camera: SONY a7R II | Aperture: F8.0 | Shutter: 1/250 Sec | ISO: 100 | Focal Range: 24.0mm
ถือเป็นเลนส์ฟูลเฟรมที่รองรับมุมกว้างสูงสุด 24mmso ซึ่งเพียงพอสำหรับการดึงความน่าใจของภาพถ่ายภูมิทัศน์ในมุมว้างออกมา และยังสามารถแสดงความกว้างของทั้งภายในและภายนอกอาคารได้เป็นอย่างดี โดยในกล้องมาตรฐาน APS-C จะให้มุมกว้างสูงสุดประมาณ 38 มม.
Camera: SONY a7R II | Aperture: F8.0 | Shutter: 1/250 Sec | ISO: 100 | Focal Range: 70.0mm
Camera: SONY a7R II | Aperture: F8.0 | Shutter: 1/250 Sec | ISO: 100 | Focal Range: 70mm
การถ่ายภาพระยะไกลให้การถ่ายภาพกึ่งระยะไกลสูงสุดที่ 70 มม. ส่วนกล้องมาตรฐาน APS-C ให้การถ่ายภาพระยะไกลสูงสุดประมาณ 105 มม. โดยระยะ 70 มม. จะจับภาพหน้าจอจากระยะไกลโดยตีกรอบ และเมื่อใช้ในกล้องฟูลเฟรม ความสามารถในการเลือนพื้นหลังจะเด่นชัดขึ้น
Camera: SONY a7R II | Aperture: F2.8 | Shutter: 1/1250 Sec | ISO: 100 | Focal Range: 24.0mm
Camera: SONY a7R II | Aperture: F2.8 | Shutter: 1/1250 Sec | ISO: 100 | Focal Range: 70.0mm
เลนส์้นี้ใช้รูรับแสงคงที่ F2.8 ในทุกๆ ระยะ ดังนั้นจึงเป็นประโยชน์ต่อการกระชับความไวชัตเตอร์ และแสดงความละเอียดได้อย่างยอดเยี่ยมแม้เปิดรูรับแสงเต็มที่ที่ F2.8 เลนส์ FE เป็นเลนส์ที่ตรงข้ามกับฟูลเฟรม โดยเลนส์สามารถให้รูปแบบการเลือนพื้นหลังได้อย่างงดงาม และควบคุมความพร่าได้อย่างยอดเยี่ยม
Camera: SONY a7R II | Aperture: F2.8 | Shutter: 1/100 Sec | ISO: 400 | Focal Range: 70.0mm
Camera: SONY a7R II | Aperture: F2.8 | Shutter: 1/640 Sec | ISO: 100 | Focal Range: 70.0mm
เลนส์ทั่วไปมีแนวโน้มที่จะมีเอฟเฟ็กต์ไม่ดีเมื่อแสดงโบเก้ เช่น ทำให้เกิดแถบที่ขอบหรือเอฟเฟ็กต์ชั้นของหัวหอมด้านในโบเก้ ซึ่งโบเก้ดังกล่าวเกิดขึ้นเนื่องจากการลดความพร่าและการกระจายแสงของพื้นผิวเลนส์ Aspherical ไม่ราบเรียบ ดังนั้นเลนส์ FE 24-70 มม. F2.8 GM จึงใช้เลนส์ XA ซึ่งเป็นเลนส์ Aspherical ที่มีความแม่นยำของพื้นผิวระดับ 0.01 ไมครอน (1/100,000 มม.) ทำให้สามารถแสดงโบเก้ที่ดูเป็นธรรมชาติมากกว่าผ่านการจำลองโบเก้ในระบบประมวลผลการออกแบบ
Camera: SONY a7R II | Aperture: F2.8 | Shutter: 1/400 Sec | ISO: 100 | Focal Range: 70.0mm
Camera: SONY a7R II | Aperture: F2.8 | Shutter: 1/320 Sec | ISO: 100 | Focal Range: 70.0mm
แม้ว่าระดับการเลือนของพื้นหลังเป็นเรื่องที่ควรคำนึงถึง แต่รูปร่างของการเลือนก็ถือเป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน การถ่ายภาพให้มีความละเอียดพร้อมกับเลือนพื้นหลังให้ออกมาละมุนถือเป็นเรื่องยากเพราะการทำงานของทั้งสองเหมือนดาบสองคม อย่างไรก็ตามการใช้การจำลองโบเก้ในระบบประมวลผลการออกแบบกับเลนส์ XA สามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ โดยผู้ใช้สามารถใช้เลนส์นี้เพิ่มความละเอียดของวัตถุที่โฟกัสให้สูงขึ้นและทำให้พื้นหลังดูสวยงามเป็นธรรมชาติ
Camera: SONY a7R II | Aperture: F2.8 | Shutter: 1/125 Sec | ISO: 400 | Focal Range: 24.0mm
Camera: SONY a7R II | Aperture: F2.8 | Shutter: 1/125 Sec | ISO: 800 | Focal Range: 52.0mm
Camera: SONY a7R II | Aperture: F2.8 | Shutter: 1/125 Sec | ISO: 4000 | Focal Range: 70.0mm
มุมระยะที่เลนส์ 24-70 มม. แสดงครอบคลุมการถ่ายภาพกึ่งระยะไกลจากมุมกว้าง ดังนั้นจึงสามารถเข้าใกล้ตัวแบบในการถ่ายภาพบุคคลได้หลากหลายมุม และเนื่องจากตัวเลนส์มาพร้อมกับรูรับแสงคงที่ F2.8 ซึ่งเป็นเลนส์ซูม จึงเหมาะกับการใช้เพื่อแสดงความลึกของภาพ
Camera: SONY a7R II | Aperture: F10.0 | Shutter: 1/80 Sec | ISO: 100 | Focal Range: 70.0mm
Camera: SONY a7R II | Aperture: F5.6 | Shutter: 1/100 Sec | ISO: 100 | Focal Range: 70.0mm
ระยะโฟกัสต่ำสุดประมาณ 38 ซม. และกำลังขยายสูงสุดประมาณ 0.24 เท่า ทำให้ภาพออกมายอดเยี่ยมในทุกระยะ เลนส์มอบความละเอียดชั้นเลิศในทุกๆ ค่ารูรับแสงของทุกระยะ ดังนั้นจึงสามารถแสดงภาพที่เต็มไปด้วยรายละเอียดสูงได้แม้ในกล้อง a7RII ที่มีความละเอียด 42.4 ล้านพิกเซล
Camera: SONY a7R II | Aperture: F2.8 | Shutter: 1/200 Sec | ISO: 4000 | Focal Range: 26.0mm
Camera: SONY a7R II | Aperture: F2.8 | Shutter: 1/250 Sec | ISO: 1000 | Focal Range: 24.0mm
Camera: SONY a7R II | Aperture: F2.8 | Shutter: 1/250 Sec | ISO: 640 | Focal Range: 54.0mm
Camera: SONY a7R II | Aperture: F2.8 | Shutter: 1/250 Sec | ISO: 2000 | Focal Range: 24.0mm
เลนส์ FE 24-70 มม. F2.8 GM มีรูรับแสง F2.8 จึงเหมาะสำหรับการกระชับความไวชัตเตอร์เมื่อถ่ายภาพในอาคารมืดอย่างงานคอนเสิร์ต อีกทั้งยังสามารถจับภาพวงดนตรีที่เคลื่อนไหวอย่างหนักหน่วงได้โดยสะดวกเพราะมีมอเตอร์ความไวการเคลื่อนที่ของ AF และให้ความละเอียดโดยรวมชั้นเลิศ รวมถึงแสงแฟลร์และการควบคุมความพร่าก็ทำออกมาได้อย่างดี ดังนั้นการถ่ายภาพคอนเสิร์ตที่มีแสงไฟแรงจ้าจึงไม่สะดุด
ในกรณีการถ่ายภาพยนตร์ มีหลายครั้งที่ถ่ายโดยควบคุมปริมาณแสงด้วยฟิลเตอร์ ND ที่กำหนดเองในในสถานการณ์ที่เปิดรูรับแสงเต็มที่ ดังนั้นความละเอียดของส่วนขอบเลนส์เมื่อเปิดรูรับแสงเต็มที่จึงเป็นเรื่องสำคัญ โดยปกติแล้วเลนส์ถ่ายภาพทั่วไปจะมีความละเอียดของส่วนขอบเลนส์ต่ำเมื่อเปิดรูรับแสงเต็มที่ และความละเอียดจะดีขึ้นเมื่อบีบรูรับแสงเข้ามา อย่างไรก็ตาม เลนส์ FE 24-70 มม. F2.8 GM สามารถแสดงความละเอียดส่วนขอบเลนส์ได้อย่างดีเยี่ยมแม้เปิดรูรับแสงเต็มที่ที่ F2.8 เมื่อใช้กล้อง A7RII ที่มีความละเอียด 42.4 ล้านพิกเซล คุณจึงสามารถคาดหวังความละเอียดของส่วนขอบเลนส์ได้เมื่อถ่ายภาพยนตร์ นอกจากนี้การทำงานของ AF ของเลนส์ DDSSM รูปแบบใหม่จะช่วยลดภาพกระเพื่อมได้อย่างเป็นธรรมชาติขณะถ่ายภาพอีกด้วย ดังนั้นเลนส์จึงมาพร้อมกับ AF ที่มีความละเอียดสูงและให้ความเป็นธรรมชาติที่เหมาะสำหรับการถ่ายภาพระดับมืออาชีพโดยเฉพาะ
DDSSM ที่บรรจุเลนส์ FE 24-70 มม. F2.8 GM สามารถทำงานได้อย่างเงียบเชียบพ่วงด้วยความไว AF อันรวดเร็วในขณะโฟกัสอย่างแผ่วเบาและช่วยลดลดการกระเพื่อมของภาพ คุณจึงไม่ต้องกังวลกับสัญญาณรบกวนใด และยังสามารถบันทึกรูปภาพและภาพถ่ายคุณภาพดีได้แม้ในสถานที่ที่มีแสงไฟหรือไฟจากด้านหลังได้โดยใช้เทคนิคขั้นสูงมากมายจาก SONY ไม่ว่าจะเป็นการเคลือบ Nano AR และเลนส์ XA ที่จะมาช่วยลดภาระจากแสงแฟลร์และโกสต์ลง
Camera: SONY a7R II | Aperture: F7.1 | Shutter: 1/250 Sec | ISO: 100 | Focal Range: 24.0mm
Camera: SONY a7R II | Aperture: F8.0 | Shutter: 1/160 Sec | ISO: 100 | Focal Range: 51.0mm
เลนส์ FE 24-70 มม. F2.8 GM เป็นเลนส์ูซูมมาตรฐานที่ช่วยให้คุณจะได้ภาพที่มีความละเอียดชั้นยอดตั้งแต่ส่วนกลางของเลนส์ตลอดจนสุดขอบของเลนส์ จากความสามารถในการให้ภาพที่คมชัดและลักษณะที่ดีในทุกระยะ และลดเอฟเฟ็กต์ของความละเอียดตามค่ารูรับแสงให้ต่ำลง จึงอาจกล่าวได้ว่าการควบคุมความพร่าโดยรวมสามารถทำได้เป็นอย่างดี
Camera: SONY a7R II | Aperture: F2.8 | Shutter: 1/3200 Sec | ISO: 100 | Focal Range: 24.0mm
ความละเอียดอันยอดเยี่ยมนี้สามารถเห็นได้ตั้งแต่ส่วนรอบนอกสุดของเลนส์ซึ่งถือเป็นจุดแข็งของเลนส์ตัวนี้ และแม้จะถ่ายภาพโดยเปิดรูรับแสงเต็มที่ที่ F2.8 ในระยะ 24 มม. ก็จะยังคงได้ภาพที่มีความละเอียดชั้นเลิศจากทั้งส่วนกลางและส่วนขอบของเลนส์ รูปภาพที่ถ่ายในตัวอย่างเป็นภาพที่ใช้กล้องที่ปิดการทำงานความผิดเพี้ยน เงา และความพร่าเอาไว้เพื่อให้คุณสามารถเก็บภาพคุณภาพสูงกว่าภาพตัวอย่างใน JPEG โดยใช้การทำงานที่กล่าวมาข้างต้น
Camera: SONY a7R II | Aperture: F8.0 | Shutter: 1/250 Sec | ISO: 100 | Focal Range: 24.0mm
Camera: SONY a7R II | Aperture: F6.3 | Shutter: 1/125 Sec | ISO: 100 | Focal Range: 70.0mm
เลนส์ FE 24-70 มม. F2.8 GM เป็นเลนส์ที่ให้ความละเอียดอันยอดเยี่ยมเมื่อใช้กับกล้อง A7RII ซึ่งบรรจุเซนเซอร์ภาพที่มีความละเอียดสูงถึง 42.4 ล้านพิกเซล พร้อมระบบป้องกันการสั่นไหว 5 แกน ทำให้สามารถถ่ายภาพได้อย่างมั่นคงแม้จะถือกล้องด้วยมือเปล่า และเก็บภาพความละเอียดสูงสุดซึ่งเป็นที่น่าพึงพอใจอย่างมากสำหรับช่างภาพที่ต้องการภาพถ่ายภูมิทัศน์ที่มีความละเอียดสูง
Camera: SONY a7R II | Aperture: F7.1 | Shutter: 1/160 Sec | ISO: 100 | Focal Range: 28.0mm
หลายครั้งที่เลนส์ซูมมาตรฐานและแสงไฟคืออุปกรณ์สำคัญสำหรับการถ่ายภาพผลิตภัณฑ์ในสตูดิโอ แต่เลนส์ FE 24-70 มม. F2.8 GM ซึ่งเป็นเลนส์ซูมมาตรฐานที่ให้ภาพความละเอียดสูงที่สามารถดึงรายละเอียดของภาพถ่ายออกมาได้อย่างมหาศาล จึงช่วยให้การถ่ายงานโฆษณาอย่างมืออาชีพเป็นเรื่องง่าย
Camera: SONY a7R II | Aperture: F2.8 | Shutter: 1/1600 Sec | ISO: 100 | Focal Range: 43.0mm
Camera: SONY a7R II | Aperture: F8.0 | Shutter: 1/100 Sec | ISO: 100 | Focal Range: 34.0mm
อีกทั้งยังสามารถแสดงความละเอียดอันยอดเยี่ยมและรายละเอียดภาพถ่ายที่คมชัดในการถ่ายภาพระยะใกล้ด้วยรูรับแสงที่เปิดเต็มที่ นอกจากนี้ยังสามารถควบคุมความพร่าได้เป็นอย่างดี ทำให้แรงกดบนพื้นผิวของการถ่ายภาพผลิตภัณฑ์มันวาว เช่น เหล็กหรือแก้ว ลดลงอีกด้วย
Camera: SONY a7R II | Aperture: F14 | Shutter: 30 Sec | ISO: 100 | Focal Range: 24.0mm
ความสามารถในการยับยั้งเอฟเฟ็กต์แสงแฟลร์และโกสต์ก็โดดเด่นทั้งสำหรับการถ่ายภาพภายนอกอาคารและการถ่ายภาพแสงจากด้านหลัง โดยเมื่ออิทธิพลของแสงแฟลร์และโกสต์ลดลง การแสดงเงาจึงออกมาดีพร้อมรายละเอียดที่คมชัด
แผนภูมิความละเอียด ISO 12233 ซึ่งให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนที่สุดของค่ารูรับแสงที่วิเคราะห์จาก Osram DULUX L 55W/954 (5400K, 3000LM) ซึ่งเป็นชุดที่ประกอบด้วยหลอดไฟ 8 หลอด
แผนภูมิที่ใช้ | แผนภูมิความละเอียด 450x760 มม. ISO 12233 (ระยะระหว่างแผนภูมิและพื้นผิวภาพ: ประมาณ 52 ซม.)
ความละเอียดของพื้นที่ตรงกลาง (ความยาวโฟกัส 24 มม.)
ความละเอียดของพื้นที่รอบๆ (ความยาวโฟกัส 24 มม.)
แผนภูมิที่ใช้ | แผนภูมิความละเอียด 450x760 มม. ISO 12233 (ระยะระหว่างแผนภูมิและพื้นผิวภาพ: ประมาณ 134.5 ซม.)
ความละเอียดของพื้นที่ตรงกลาง (ความยาวโฟกัส 70 มม.)
ความละเอียดของพื้นที่รอบๆ (ความยาวโฟกัส 70 มม.)
| a7R II | f2.8 | f4 | f5.6 | f8 | f11 | f16 | f22 |
| 24mm | 4000 | 4000 | 4000 | 4000 | 4000 | 4000 | 3480 |
| 35mm | 4000 | 4000 | 4000 | 4000 | 4000 | 4000 | 3480 |
| 50mm | 4000 | 4000 | 4000 | 4000 | 4000 | 4000 | 3480 |
| 70mm | 4000 | 4000 | 4000 | 4000 | 4000 | 4000 | 3480 |
iST Solution Pro Image Analyzer S/W, ความละเอียด, 24 มม. Sony FE 24-70mm F2.8 GM, Sony A7RII
iST Solution Pro Image Analyzer S/W, ความละเอียด, 70 มม. Sony FE 24-70mm F2.8 GM, Sony A7RII
ทิศทาง
แสดงทิศทางของการวัดความละเอียด โดยความละเอียดของเลนส์ใช้ความละเอียดแนวตั้งเป็นตัวแทนเนื่องจากไม่มีความสัมพันธ์กับทิศทางการวัด
ค่าสูงสุด-ต่ำสุด
เป็นตัวแปรที่กำหนดค่าต่ำสุดของความเปรียบต่างที่จำแนกขาวและดำ ค่าที่ต่ำกว่าจะให้การตรวจจับโดยละเอียด ตัวอย่างนี้ใช้ 10%
วง
แสดงจำนวนสูงสุดของพิกเซลที่ต้องใช้เพื่อระบุเส้นขาวและดำที่สามารถจำแนกได้ โดยวงจะลดลงหากความละเอียดเพิ่มขึ้น
ผลลัพธ์
แสดงค่าความละเอียดที่ระบุเป็น LW/PH ซึ่งรวมอยู่ใน 'จำนวนสูงสุดของเส้นขาวและดำที่สามารถจำแนกได้ที่เติมความสูงของผลลัพธ์ให้เต็ม' หรือ 'ค่าสองเท่าที่วงแบ่งความสูงของผลลัพธ์' และเป็นผลมาจากจำนวนพิกเซลของกล้องและความละเอียดของเลนส์ทั้งหมด การทดสอบนี้เป็นการถอดค่าตามตรรกะของโปรแกรมซึ่งอาจมีความแตกต่างตามค่าที่สามารถถอดออกมาให้เห็นผ่านตัวเลขที่ระบุได้บนตัวชี้นำ
เลนส์มีความละเอียดยอดเยี่ยมเหนือ 4000LW/PH ซึ่งเป็นค่าสูงสุดของความละเอียดตั้งแต่รูรับแสงเมื่อเปิดเต็มที่ที่ F2.8 จนถึง F16 ในกล้อง A7RII ที่มีความละเอียด 42.4 ล้านพิกเซล อีกทั้งความละเอียดของค่ารูรับแสง F22 ก็สูงมากเช่นกัน จึงอาจกล่าวได้ว่าเลนส์สามารถให้ความละเอียดได้ในทุกๆ พิสัย สำหรับกรณีความละเอียดของส่วนขอบเลนส์ (แม้ว่าไม่สามารถแปลงเป็นค่าตัวเลขได้) พบว่ามีระดับความละเอียดยอดเยี่ยมในทุกค่ารูรับแสงแม้มองด้วยตาเปล่า ถือเป็นเลนส์ซูมมาตรฐานขั้นสูงที่มีการทำงานเป็นเลิศ (LW/PH : ความกว้างของเส้นต่อความสูงของรูปภาพ ซึ่งเป็นหน่วยของความถี่เชิงพื้นที่)
| Focal Length | whole focal length |
| MAX.aperture No. | f/2.8 |
| Focal Length | whole focal length |
| MIN.aperture No. | f/22 |
ในฐานะเลนส์ซูมมาตรฐานที่ใช้งานกับฟูลเฟรมระยะ 35 มม. เลนส์สามารถรองรับค่ารูรับแสงเต็มที่ที่ F2.8 ได้ในทุกระยะเช่นเดียวกันกับรูรับแสงต่ำสุดที่ F22 โดยรูรับแสงสูงสุดหมายถึงค่าสูงสุดของรูรับแสงที่เปิดกว้างที่สุด ส่วนรูรับแสงต่ำสุดหมายถึงจำนวนต่ำสุดของการเปิดรูรับแสง
ปัจจัยความผิดเพี้ยนถูกวัดโดยการถ่ายภาพแผนภูมิความผิดเพี้ยนของโทรทัศน์ โดยสร้างตามมาตรฐานที่แนะนำจาก IGAnalyzer ซึ่งเป็นโปรแกรมวิเคราะห์ภาพดิจิทอล
กล้องที่ใช้: Sony A7RII | ความยาวโฟกัส: 24 มม.(บน), 70 มม.(ล่าง)
เลนส์นี้แสดงความผิดเพี้ยนแบบนูนออก 3.87% ในระยะ 24 มม. และความผิดเพี้ยนแบบลู่เข้า 0.73% ในระยะ 70 มม. ดังนั้นในระยะ 24 มม. จะพบความผิดเพี้ยนเล็กน้อยในขณะที่ระยะ 70 มม. จะพบความผิดเพี้ยนชัดเจน
กล้องที่ใช้: SONY A7R II | ความยาวโฟกัส: 24 มม. | โหมดถ่ายภาพ: M | ความไวแสง: 100 | ค่ารูรับแสง: f/2.8~ f/22 | ความไวชัตเตอร์: กำหนดเอง | สมดุลแสงสีขาว: ทังสเตน | หมายเหตุ: สำเนาที่ตัดจากภาพถ่ายจริง 35%
กล้องที่ใช้: SONY A7R II | ความยาวโฟกัส 70 มม. | โหมดถ่ายภาพ: M | ความไวแสง: 100 | ค่ารูรับแสง: f/2.8~ f/22 | ความไวชัตเตอร์: กำหนดเอง | สมดุลแสงสีขาว: ทังสเตน | หมายเหตุ: สำเนาที่ตัดจากภาพถ่ายจริง 35%
เลนส์นี้สร้างแฉกแสง 18 แฉก ซึ่งมีใบรูรับแสง 9 ชุด โดยการแยกของแสงปกติแสดงในช่วง F5.6-F22 จะเห็นได้ว่าการแยกของแสงสุดท้ายคมชัดมาก ซึ่งแทบจะไม่ปรากฏการเลือนอันเป็นผลมาจากแสงแฟลร์และโกสต์เลย อีกทั้งภาพจากทั้งมุมกว้างและการถ่ายภาพระยะไกลต่างสามารถเก็บรายละเอียดการแยกตัวของแสงได้อย่างยอดเยี่ยม
กล้องที่ใช้: SONY A7R II | ความยาวโฟกัส: 24 มม. | โหมดถ่ายภาพ: M | ความไวแสง: กำหนดเอง | ค่ารูรับแสง: f/2.8~ f/22 | ความไวชัตเตอร์: กำหนดเอง | สมดุลแสงสีขาว: อัตโนมัติ | หมายเหตุ: สำเนาที่ตัดจากภาพถ่ายจริง 45%
กล้องที่ใช้: SONY A7R II | ความยาวโฟกัส 70 มม. | โหมดถ่ายภาพ: M | ความไวแสง: 100 | ค่ารูรับแสง: f/2.8~ f/22 | ความไวชัตเตอร์: กำหนดเอง | สมดุลแสงสีขาว: ทังสเตน | หมายเหตุ: สำเนาที่ตัดจากภาพถ่ายจริง 15%
เลนส์สามารถแสดงโบเก้ออกมาได้อย่างง่ายดาย โดยสามารถมองเห็นขอบได้อย่างชัดเจนรวมถึงลักษณะภายในก็เด่นชัดเมื่อใช้เลนส์ XA เพื่อแสดงโบเก้
กล้องที่ใช้: SONY A7R II | ความยาวโฟกัส: 24 มม. | โหมดถ่ายภาพ: M | ความไวแสง: 10 | ค่ารูรับแสง: f/2.8~ f/22 | ความไวชัตเตอร์: กำหนดเอง | สมดุลแสงสีขาว: อัตโนมัติ | หมายเหตุ: สำเนาที่ตัดจากภาพถ่ายจริง 20%
กล้องที่ใช้: SONY A7R II | ความยาวโฟกัส: 70 มม. | โหมดถ่ายภาพ: M | ความไวแสง: 100 | ค่ารูรับแสง: f/2.8~ f/22 | ความไวชัตเตอร์: กำหนดเอง | สมดุลแสงสีขาว: อัตโนมัติ | หมายเหตุ: สำเนาที่ตัดจากภาพถ่ายจริง 20%
รูรับแสง F2.8 ซึ่งเปิดเต็มที่แสดงเอฟเฟ็กต์วิกเนตออกมาเล็กน้อยทั้งในมุมกว้างและการถ่ายภาพระยะไกล อย่างไรก็ตาม เอฟเฟ็กดังกล่าวแทบจะไม่แสดงเลยตั้งแต่ค่ารูรับแสง F4.0 เป็นต้นไป
หลังจากการสังเกตแสงแฟลร์และโกสต์จากผลลัพธ์การถ่ายภาพพระอาทิตย์ในช่วงกลางวันและถ่ายวิดีโอแสงไฟตอนกลางคืนพบว่าเลนส์สามารถควบคุมแสงแฟลร์และโกสต์ได้อย่างดีเยี่ยมทั้งในมุมกว้างและการถ่ายภาพระยะไกล โดยแสงแฟลร์มีขนาดค่อนข้างเล็กดังนั้นแรงกดบนพื้นผิวจึงน้อยลง
เลนส์ SONY FE 24-70 มม. F2.8 GM เป็นเลนส์ซูมมาตรฐาน E-Mount ที่ใช้งานกับกล้องไร้กระจกแบบฟูลเฟรม เนื่องจากเลนส์เปิดตัวครั้งแรกในฐานะ GM ซึ่งเป็นสายการผลิตเลนส์แบบพรีเมียมโฉมใหม่จาก SONY จึงประกอบด้วยเทคนิคเลนส์ล่าสุดมากมายของบริษัท อาทิ การเคลือบ Nano AR, เลนส์ XA, และมอเตอร์ DDSSM เป็นต้น ความยาวโฟกัสของระยะ 24-70 มม. ให้ระยะชัดลึกของมุมตรงข้ามที่ 84-34 ตั้งแต่มุมกว้างไปจนถึงการถ่ายภาพกึ่งระยะไกล และสามารถทำงานได้ดีกับการถ่ายภาพภูมิทัศน์ สแนปช็อต และงานกิจกรรมในทุกสภาพอากาศ รูรับแสงเป็นประโยชน์ต่อการกระชับความไวชัตเตอร์และการแสดงระยะชัดลึกด้วยค่า F2.8 ที่คงที่ในทุกความยาวโฟกัส โดยสามารถให้ความละเอียดดีเลิศได้ในทุกช่วง แม้ว่าเอฟเฟ็กต์วิกเนตจะปรากฏเ็ล็กน้อยเมื่อใช้ F2.8 แต่แทบจะไม่ปรากฏเลยตั้งแต่ F4.0 เป็นต้นไป การที่เลนส์ตัวนี้สามารถแสดงความละเอียดอันยอดเยี่ยมในกล้อง 42,4MP A7R II โดยเฉพาะอย่างยิ่งความสามารถในการให้ภาพคุณภาพสูงได้แม้กับส่วนขอบเลนส์ถือเป็นจุดแข็งที่สำคัญ มอเตอร์ AF บรรจุมอเตอร์ประเภทใหม่ชื่อ DDSSM (Direct Drive Suer Sonic Motor) โดยมอเตอร์ตัวนี้สามารถทำงานได้อย่างเงียบเชียบแต่มีความไว AF อันรวดเร็ว อีกทั้งยังสามารถลดเอฟเฟ็กต์การภาพกระเพื่อมได้อีกด้วย ทำให้ผู้ใช้สามารถบันทึกภาพและภาพยนตร์คุณภาพยอดเยี่ยมได้ ส่วนระยะโฟกัสก็ชัดเจนตลอดระยะประมาณ 38 ซม. และเนื่องจากเลนส์ให้ความละเอียดเป็นเลิศตั้งแต่เริ่มถ่าย ผู้ใช้จึงสามารถใช้เลนส์ได้อย่างหลากหลายโดยเฉพาะอย่างยิ่งฟีเจอร์แฉกแสงที่ทำออกมาได้ดีเยี่ยมซึ่งเหมาะกับการถ่ายภาพมุมมองกลางคืน และยิ่งไปกว่านั้นโบเก้ในภาพก็ออกมางดงามมากขึ้นผ่านการใช้เลนส์ XA หลังจากรุ่นเลนส์ Carl zeiss Vario-tessar T* F4 ZA OSS เปิดตัวออกมาก่อนหน้านี้ SONY ได้เปิดตัวเลนส์ FE 24-70 มม. F2.8 GM ที่มีข้อกำหนดทางเทคนิคขั้นสูงที่คัดสรรมาโดยเฉพาะ เช่น รูรับแสง F2.8, เลนส์ XA, และการเคลือบ Nano AR จึงอาจกล่าวได้ว่าเลนส์นี้เป็นเลนส์ระดับที่สูงกว่าเลนส์ FE 24-70 มม. F4 ZA OSS อย่างไรก็ตามนอกเหนือจากการให้คะแนนระดับผลิตว่าสูงหรือต่ำกว่าแล้ว ตัวเลนส์ FE 24-70 มม. F4 ZA OSS มีความกะทัดรัดและสามารถพกพาได้สะดวกกว่า ในขณะที่เลนส์ FE 24-70 มม. F2.8 GM ไม่เพียงแต่ถูกพัฒนามาเพื่อถ่ายภาพทั่วไปเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการถ่ายภาพระดับมืออาชีพอีกด้วย ดังนั้นเลนส์ทั้งสองจึเปรียบเสมือนฟีเจอร์ที่แตกต่างกัน โดยภาพรวมแล้วอาจกล่าวได้ว่าเลนส์ SONY FE 24-70 มม. F2.8 GM เป็นเลนส์ที่ดีที่สุดในบรรดาเลนส์ระดับใกล้เคียงกัน ตัวเลนส์มีความไว AF ที่รวดเร็วและไร้เสียง อีกทั้งยังแทบจะไม่มีทำให้ภาพกระเพื่อม จึงสามารถสร้างความพึงพอใจให้กับทั้งช่างภาพที่ต้องการภาพความละเอียดสูงสุดและมีคุณภาพสูง และผู้กำกับที่ต้องการถ่ายภาพยนตร์สุดพิเศษ ทั้งนี้ทาง SONY จะทยอยขยายตลาดเลนส์ GM ให้เป็นเลนส์หลักของผู้ใช้ขั้นสูงต่อไป
ถูกใจเราบน Facebook
ติดตามเราบน Twitter
สมัครสมาชิกบน YouTube
ติดตามเราบน Instagram